Dark Souls “การเริ่มต้นของปฐมเพลิงและมหาสงครามมังกร”


Dark Souls คนที่เคยเล่นเกมนี้จะต้องมีอาการหัวร้อนอย่างแน่นอน อีกทั้งเนื้อเรื่องในเกมที่ชวนปวดหัว หากเล่นอาจจะจบเกมไป โดยที่พลาดเนื้อหาสำคัญๆก็เป็นได้ เพราะรายละเอียดต่างๆเหล่านี้ถูกผู้สร้างซ่อนอยู่ตลอดการเดินทางของผู้เล่น จึงจะมาเรียบเรียงเรื่องราวของ Dark Souls “การเริ่มต้นของปฐมเพลิงและมหาสงครามมังกร”

โลกของเหล่ามังกรและการมาถึงของเปลวเพลิง


เมื่อโลกถือกำเนิดขึ้น ทั้งผืนดิน,ท้องฟ้า, แหล่งน้ำ ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกหนาสีเทาไม่มีทั้งค่ำคืนไม่มีทั้งรุ่งสาง ยุคนี้ได้ถูกเรียกว่า Age of Grey และพื้นพิภพได้ถูกปกครองโดยเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลัง นั้นก็คือ Everlasting Dragon

ร่างกายของพวกมันมีเกล็ดที่แข็ง และทนทานต่อการโจมตี อีกทั้งยังไม่มีอายุขัย ไม่แก่ชราเป็นร่างกายที่คงกระพัน มังกรเหล่านี้อาศัยอยู่ในต้นไม้ใหญ่ ต่อมาต้นไม้นี้ถูกเรียกว่า Arch Tree ยอดของมันสูงขึ้นไปจนเกือบแตะกับก้อนเมฆ บนพื้นดินไม่มีสิ่งใดกล้าต่อกรกับมังกรเหล่านี้ แต่ใต้ดินลึกลงไปได้ปรากฏบางอย่างที่จะเปลี่ยนโลกไปตลอดการ

First Flame กองเพลิงกองแรกบนโลกได้ลุกโชนขึ้น ไม่มีใครรู้ว่ามาจากไหน หรือเกิดขึ้นได้อย่างไร มันลุกโชนขึ้นมาท่ามกลางความมืด และความหนาวเย็น ซึ่งแสงสว่างและความอบอุ่นได้ไปกระตุนความสนใจของเหล่าสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ใต้ดิน และมีสิ่งมีชีวิต 3 ตนได้ค้นพบ “Lord Soul” หรือจิตวิญญาณอันทรงพลังจากข้างในกองเพลิง พวกมันจึงยึดครอง Lord Soul แต่ละดวงไว้กับตนเองเพื่อที่จะครอบครองพลังอันยิ่งใหญ่

นามของตนแรกคือ “Gwyn เทพแห่งพระอาทิตย์” เป็นตัวแทนของแสง และเป็นผู้นำของกองทัพ Silver Knight

ตนต่อมาคือ “Nito เทพแห่งความตาย” มีรูปลักษณ์เป็นโครงกระดูกขนาดยักษ์และมีดาบคู่กายเล่มใหญ่เป็นอาวุธ

และตนสุดท้าย “แม่มดแห่ง Izalith” ผู้คิดค้นศาสตร์แห่งการใช้ไฟ และนางยังได้ถ่ายทอดความรู้นี้ไปยังบรรดาลูกสาวซึ่งถูกเรียกรวมกันว่า Daughters of Chaos โดยต่อมาเผ่าพันธุ์ของ Lord ทั้งสามได้ถูกเรียกว่า Giant

แต่ถ้าหาก Lord Soul เกิดขึ้นจากแสงสว่างของ First Flame เงาของมันก็ย่อมให้กำเนิด Soul ได้เช่นกัน นั่นคือ “The Dark Soul” มันถูกค้นพบโดยสิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆตนหนึ่งแต่แทนที่เจ้าสิ่งมีชีวิตนี้จะเก็บเอาไว้เพียงคนเดียวเหมือนกับบรรดา Lord ทั้งสามก่อนหน้านี้ มันกลับเลือกที่จะแยกออกเป็นชิ้นๆ และแจกจ่ายไปยังพวกพ้องสายพันธุ์เดียวกัน ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเหล่าบรรดามนุษย์ทั้งหลายบนโลกนั้นเอง

โดยผู้นำของมนุษย์กลุ่มนี้ถูกเรียกว่า Pygmy Lord ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ราชานั้น ซึ่งในตัวเกมไม่ได้บอกว่ามี Pygmy Lords กี่คนแต่น่าจะมีเยอะมาก

มหาสงครามครองพิภพ


เมื่อถึงจุดที่อาณาจักรของ Gwyn นั้นเรืองอำนาจมากขึ้น Gwyn ได้นำกองทัพ Silver Knight ของตนเข้าทำสงครามกับเหล่ามังกรนิรันดร ไม่มีใครทราบเหตุผลที่แท้จริงหรือบางทีมันอาจจะเป็นความทะเยอทะยานที่อยากพิชิตจุดสูงสุดของห่วงโซ่ก็ได้ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนักที่เทพแห่งดวงอาทิตย์และแสงสว่างอย่าง Gwyn ย่อมปรารถนาที่จะได้เห็นดวงตะวันบนพื้นพิภพลอยสุขสว่างแทนที่โลกอันเต็มไปด้วยเมฆหมอกหนาสีเทา ทางด้านของพวกมังกรนิรันดรผมอยากให้ผู้อ่านลองคิดดูว่าถ้าหากมีมดตัวเล็กๆกำลังกัดเราอยู่ ก็คงเดาไม่ยากเลยว่าเราจะทำอย่างไรกับมัน

ถึง Gwyn จะมีกองทัพ Silver Knight และขุนพลมือฉมังในสังกัดจำนวนมาก แต่เห็นทีสงครามใต้ผืนฟ้าสีเทาครั้งนี้จะไม่ง่ายเสียแล้ว ยิ่งนานวัน Gwyn ค่อยๆถูกเหล่ามังกรนิรันดรเข้าบดขยี้กองทัพจนและเริ่มสูญเสียมากขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่เหล่าทวยเทพที่เป็นวงศาคณาญาติหรือเผ่าพันธุ์เดียวกันกับ Gwyn จ่างก็เริ่มล้มตายจากการต่อสู้

บีบให้ Gwyn ต้องเริ่มมองหาหนทางใหม่เพื่อเอาชนะสงครามครั้งนี้…แม้หนทางนั้นจะต้องดำดิ่งสู่ความมืดก็ตาม เขาได้รวมมือกับ Nito และแม่มดแห่ง Izalith เพื่อที่จะเอาชนะในมหาสงคราม เอาจริงๆมันเหมือนตลกร้ายที่สิ่งมีชีวิตซึ่งเรียกตัวเองว่าเทพเจ้าต้องขอความร่วมมือกับตัวแทนแห่งความตายและแม่มดนอกรีต

แม้ตอนนี้ Gwyn จะได้พันธมิตรมาเพิ่มแต่เขาก็ยังคงแสวงหาความแข็งแกร่งที่มากกว่านี้ เขาต้องการกองกำลังที่จะมาเป็นหมากใต้บังคับบัญชาหรืออย่างน้อยก็สนับสนุนตัวเขาเพียงคนเดียว โดยทางออกก็คือกองกำลังนักรบของ Pygmy Lord นั้นเอง นักรบพวกนี้ในภายหลังจะถูกเรียกขานว่า Ringed Knight

ซึ่งเป็นนักรบที่มีฝีมือช่ำชองในการรบระยะประชิดอย่างมากจึงได้รับหน้าที่เป็นหน่วยประจัญบานกับมังกร สู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับบรรดาขุนพลของ Gwyn ในแนวหน้า ทำให้ Silver Knight ส่วนมากต้องแปรเปลี่ยนเป็นกองหนุนระยะไกล คอยยิงธนูขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อยิงมังกรให้ตกจากท้องฟ้าโดยเฉพาะ

ความลับในความเก่งกาจดุจปีศาจของ Ringed Knight พวกนี้มาจากอาวุธและชุดเกราะที่ตีขึ้นจากใน The Abyss ซึ่งเป็นสถานที่ๆมีแต่ความมืดมิดไร้จุดจบ โดยชุดเกราะจะดึงเอาพลังจาก Dark Soul ในตัวของมนุษย์ออกมาเพิ่มพลังให้กับคนที่สวมใส่มันและที่สำคัญเลยก็คือคนพวกนี้เป็นอมตะ!

จากท่าทีเสียเปรียบตั้งแต่ต้นของGwyn ในสงครามมาตอนนี้เขาพอที่จะมีกำลังเพื่อเปลี่ยนทิศทางของสงครามได้บ้างแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นสงครามกับเหล่ามังกรครั้งนี้เกือบจะต้องกินเวลาแสนนานไม่รู้จบเสียแล้ว หาก Gwyn ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ทรยศที่เป็นหนึ่งในบรรดามังกรนิรันดร นามของมังกรตัวนั้นคือ Seath มังกรผู้ไร้เกล็ด

Seath เกิดมาในฐานะของมังกรนิรันดรสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดและอยู่บนจุดสูงสุดเหนือเผ่าพันธุ์อื่น แต่ตัว Seath นั้นแตกต่างจากเหล่าพี่น้องเพราะมีร่างกายที่พิกลพิการไม่มีขาและไร้ซึ่งเกล็ดทำให้มองเห็นเนื้อสีขาวที่บอบบาง และอีกสิ่งที่ไม่มีก็คือความคงกระพันที่เป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดของมังกรนิรันดร ปราศจากมันเขาก็ไม่ต่างอะไรจากเผ่าพันธุ์ชั้นต่ำ Seath ไม่ถูกยอมรับและถูกมองข้ามจากเหล่ามังกรนิรันดรด้วยกันเอง เป็นแค่ตัวภาระในสงครามที่ไม่สามารถออกรบได้ มันเป็นบาดแผลในใจผนวกกับความแค้นในโชคชะตาที่ต้องเกิดมาต้องพิกลพิการและถูกปฏิเสธจากเผ่าพันธุ์เดียวกันอย่างไร้เยื่อใย แต่ใช่ว่า Seath จะยอมรับต่อชะตากรรมเช่นนี้ เขาทดแทนร่างกายที่อ่อนแอด้วยความพยายามที่จะศึกษาและเรียนรู้ และแล้ว Seath สามารถสร้างศาสตร์แห่ง Sorcery หรือก็คือเวทย์มนต์ขึ้นมาได้

ด้วยความแค้นที่ฝังลึก Seath ได้แปรพักตร์ไปเข้ากับ Gwyn และช่วยเหล่าเทพคิดค้นศาสตร์แห่ง Miracle ศาสตร์ที่ต้องอาศัยความศรัทธาเป็นพลังแห่งปาฏิหาริย์ Gwyn จึงสามารถสร้างสายฟ้าอันทรงพลังที่ทำลายเกล็ดอันแข็งแกร่งของเหล่ามังกรนิรันดรลงได้และแน่นอนว่า Gwyn ต้องติดอาวุธใหม่นี้ให้กับกองกำลัง Silver Knight ของเขาด้วยอย่างแน่นอน

เมื่อเกล็ดหลุดหายไปด้วยพลังแห่งสายฟ้า Nito จ้าวแห่งความตายก็รับไม้ต่อทันที เขาจัดการใช้พลังสร้างโรคร้ายเข้าสู่ร่างกายที่ไร้การป้องกันของพวกมังกรทำให้เจ็บปวดทรมานจนตาย เมื่อเหล่ามังกรเห็นว่าความคงกระพันของพวกตนถูกทำลายลงอย่างง่ายดายล้วนต่างก็หวาดกลัวแต่ก็ไม่มีที่ให้ถอยกลับไปตั้งหลักเสียแล้ว เพราะแม่มดแห่ง Izalith และลูกๆของนางได้ใช้พลังไฟเผาต้น Arch Tree ที่เป็นบ้านของเหล่ามังกรจนหมดสิ้น

ชั่วพริบมหาสงครามอันยาวนานก็ได้จบลง นับจากช่วงเวลานั้นเป็นต้นมาก็หมดสิ้นแล้วซึ่งเหล่ามังกร เมฆหมอกสีเทาที่เคยบดบังท้องฟ้าได้หายไปเผยให้เห็นรุ่งอรุณที่สดใส่บนฝากฟ้าและโลกก็ได้เข้าสู่ Age of Fire หรือยุคแห่งไฟ ยุคของ Gywn อย่างแท้จริง

ที่มา : gamefever

About: seo seo


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *